ชีวิตวันนี้ (29)

เคยคิด(เล่นๆ)ว่าหากวันนี้ผมไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน ชีวิตผมวันนี้คงจะมีความสุขมากๆ เพราะไม่มีเรื่องเดือดร้อนอะไร ครอบครัวก็มีความสุขดีตามอัตถภาพ บุตรชายสามคนก็มีงานการทำอย่างมั่นคงแล้ว

พูดถึงโรคภัยที่รบกวนผมอยู่ ขณะนี้มีอยู่อย่างเดียวที่ผมกังวลใจมากที่สุดคือ อาการไอที่มีเสมหะ แล้วมีอาการเหนื่อยหอบ พยายามรักษาอยู่ แต่อาการยังไม่น่าไว้วางใจ ต้องทานยาละลายเสมหะทุกวัน สูดยาทางปากเช้าเย็น และแทบไม่กล้าไปไหนที่มีผู้คนมากๆ เกรงว่าจะไปติดเชื้อโรคอะไรมา เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม นี้ ไปช่วยงานอบรมให้สมาคมการบริหารโรงแรมไทย กลับมาเท่านั้นอาการไอกำเริบขึ้นมาทันที ทรมานมาก กลางคืนไอตลอดคืน แทบไม่ได้หลับนอนเลย กว่าจะควบคุมอาการได้ต้องไป รพ. เพื่อพ่นยาและฉีดยาสเตียรอยด์เข้าเส้นเลือด

ทุกวันนี้ก็เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพื่อมิให้มันมีอาการกำเริบขึ้นมาอีก

Advertisements
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (28)

ผมเคยได้ยินใครคนหนึ่งกล่าวว่า “ผลไม้ไม่กินก็เน่า เรื่องเก่าไม่เล่าก็ลืม” ผมชอบมาก และดัดแปลงเอามาเป็นส่วนหนึ่งของสโลแกนชีวิตผมว่า “ชายไทยวัยสูงอายุ ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า เล่า(เขียน)ความหลัง นั่งเล่นเน็ต” ผมจึงชอบเล่า(เขียน)ความหลัง การเล่าถึงความหลังไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม มันมีประโยชน์อยู่สามประการคือ

1.ทบทวนความจำเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

2.ความจำในอดีตบางเรื่องน่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่ มีนักเขียนท่านหนึ่งชื่อ สงวน อั้นคง เคยเขียนเรื่องราวในอดีตไว้เป็นหนังสือสารคดีที่มีผู้อ่านนิยมกันมากในสมัยหนึ่งชื่อ “สิ่งแรกในเมืองไทย”

3.เรื่องเก่าในอดีตหากไม่มีการนำมาเล่าใหม่ ไม่นานผู้คนก็จะลืมไป มีชนชาติบางแห่งที่ไม่มีหนังสือเขียน ก็นำเอาวิธีเล่ามาสืบสานต่อรุ่นต่อรุ่น กลายเป็นตำนานที่ทรงคุณค่าและเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน

ชนชาวไทยเราก็ใช้วิธีเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมาในหลายภูมิภาคเช่นกัน

เรื่องเก่าในอดีตมีสองประเภทคือ เรื่องเก่าของสังคมโดยรวม และเรื่องเก่าส่วนบุคคลที่เป็นปัจเจกชน ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะเรื่องเก่าไม่เล่าก็ลืม

ผมเลยมีแนวคิดว่าจะนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องส่วนรวมคละเคล้ากันไป แต่ก็ให้ประโยชน์ต่อการเรียนรู้เช่นกัน

โปรดอย่า

ลืมว่า “ผลไม้ไม่กินก็เน่า เรื่องเก่าไม่เล่าก็ลืม”

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (27)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 2561 มีโอกาสไปช่วยงานอบรมหลักสูตร AMPX18/2561 ให้สมาคมการบริหารโรงแรมไทยอีกรุ่นหนึ่ง หลังจากว่างเว้นไม่ได้ไปช่วยงานอบรมฯให้สมาคมมาระยะหนึ่ง เนื่องจากสุขภาพไม่เอื้ออำนวยตามที่เคยเรียนให้ทราบมาแล้ว

งานที่ผมไปช่วยคือการเป็นพิธีกรการอบรม พิธีกรงานอบรมหรือสัมมนาไม่เหมือนงานอื่นๆ เพราะจะต้องรู้ฟังค์ชั่นของหลักสูตรเป็นอย่างดี การต้อนรับผู้เข้าอบรม การกล่าวต้อนรับเปิดการอบรม เชิญประธานในงานมากล่าวเปิด แนะนำกำหนดการอบรมหรือสัมมนาให้ผู้มาอบรมทราบ แนะนำประวัติวิทยากรที่เชิญมาบรรยาย ควบคุมกำนดการอบรมให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ กล่าวขอบคุณวิทยากรเมื่อจบการบรรยาย ฯลฯ

คุณสมบัติของการเป็นวิทยากรคือ มีบุคลิกภาพดี รวมถึงการแต่งกายที่สุภาพเหมาะสม การวางตัวและการพบปะผู้คนสุภาพอ่อนน้อม ให้เกียรติผู้ที่พูดสนทนาด้วย การอ่านและการใช้ภาษาดี มีไหวพริบและจิตวิทยาในการสื่อสารอย่างดี

รู้จักการควบคุมและการบริหารเวลาในการอบรมให้เป็นไปตามที่กำหนด ดูแลเครื่องดื่มและอาหารว่างในช่วงหยุดพักเบรคแต่ละช่วงให้ถูกต้อง รวมทั้งประสานงานกับช่างเรื่องแสงและเสียงในห้องประชุมอย่าให้มีปัญหาเกิดขึ้น

มีความวิตกกังวลเล็กน้อยก่อนจะเริ่มงานว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดีหรือไม่ เกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง เช่น น้ำเสียง จังหวะการพูด แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร การเป็นพิธีกรก็ต้องระวังในเรื่องเสียงเหมือนกับนักร้องเหมือนกัน อย่าให้เสียงแหบพร่าหรือมีปัญหาในขณะพูด เพราะจะทำให้ผูฟังรำคาญและเบื่อหน่าย

โดยสรุปชีวิตวันนี้ของผมเกี่ยวกับงานกิจกรรมพิเศษก็สามารถปฏิบัติงานได้ดีพอสมควรเหมือนเดิม และคาดว่าจะสามารถทำได้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง หากไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพส่วนอื่นๆมาขัดข้อง

\n

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (26)

วันนี้ช่วงบ่าย (28 เม.ย.2561)ภริยาชวนให้ไปว่ายน้ำที่สระน้ำในหมู่บ้านชัยพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ ซึ่งบุตรชายคนโตมีบ้านอยู่ในหมู่บ้านนี้ มีสิทธ์พาบุคคลภายนอกเช่น พ่อ แม่ มาใช้บริการสระว่ายน้ำในหมู่บ้านได้

พูดถึงการว่ายน้ำผมว่ายน้ำเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะบ้านเดิมสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ 5 ขวบ บ้านอยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน หมู่บ้านบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน นครปฐม การว่ายน้ำเป็นเรื่องปกติของเด็กสมัยนั้นที่ต้องว่ายน้ำเป็น เพราะการว่าย(เล่น)น้ำเป็นเมนูหนึ่งของความสุขของเด็กสมัยนั้น เล่นน้ำกันครั้งละหลายคน เล่นกันแบบไม่เลิกลาจนกว่าพ่อแม่หรือพี่น้องจะมาเรียกให้เลิก บางครั้งเล่นจนตระไคร่น้ำจับริมปากดูคล้ายหนวดไปเลย

กิจกรรมการเล่นน้ำที่นิยมเล่นกันสมัยนั้นคือ การว่ายน้ำไปจับเชือกที่เรือยนต์พ่วงเรือบันทุกทรายหรือสินค้าต่างๆแล่นขึ้นล่องตามแม่น้ำตลอดวัน การจับเชือกที่พวงเรือบันทุกสินค้าต่างๆนั้น ค่อนข้างมีอันตรายเหมือนกัน เพราะเมื่อเรามองดูเหมือนมันแล่นช้าๆ แต่ความจริงมันแล่นเร็วพอสมควร พอเอื้อมมือไปจับเชือกมันจะกระตุกอย่างแรงจนปวดแขนไปเลย

กิจกรรมสมัยเด็กๆของผมมีหลายอย่าง นอกจากการเล่น(ว่าย)น้ำแล้ว ก็มีการจับกบตามขอบบ่อน้ำหลังบ้าน โดยการเอาดอกมะเขือพวงล่อมันให้ออกมาจากโพรงขอบบ่อน้ำ ฯลฯ

เด็กสมัยผมประมาณ พ.ศ.2490 ไม่มีเครื่องช่วยให้ความบันเทิง เช่น ทีวี หรือ ภาพยนตร์ มีแต่วิทยุคลื่น AM สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยสถานีเดียว ไม่เคยนึกว่าเด็กสมัยนี้จะมีเครื่องช่วยให้ความบันเทิงแบบครบครัน เช่น วิทยุ ทีวี เกมส์ มือถือ ฯลฯ เป็นต้น

พูดถึงการว่ายน้ำนิดเดียว กลายมาเป็นเรื่องความหลังสมัยเด็กไปได้ นี่แหละวิถีชีวิตของคนสูงอายุละ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (25)

ในชีวิตของคนเรามีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ กิจวัตรประจำวัน การทำงานประกอบอาชีพ ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า งานอดิเรก (Hobby) ซึ่งมีความหลากหลายอย่าง อาทิ การปลูกต้นไม้ การทำอาหาร การประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ การเก็บสะสมหนังสือ แสตมป์ พระเครื่องและเหรียญที่ระลึก การเก็บสะสมธนบัตรเก่า ฯลฯ เป็นต้น ในบรรดางานอดิเรกที่กล่าวมานั้น เป็นงานอดิเรกที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย และไม่ต้องใช้ทุนรอนอะไรมากมายนัก บางคนทำงานอดิเรกเก็บสะสมสิ่งของต่างๆ นานไปกลายเป็นงานอาชีพก็มี

เคยมีผู้กล่าวว่าคนเรามีงานสองอย่างคือ งานอาชีพและงานที่ชอบ (ผู้กล่าวคือ อาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ) ผมเองก็มีงานทั้งสองอย่างทำมาแล้ว งานอาชีพทำมานานหลากหลายอาชีพ จนวันนี้เกษียณงานแล้ว เหลือแต่งานที่ชอบคือ การสะสมหนังสือ แสตมป์ พระเครื่องและเหรียญที่ระลึก รวมทั้งธนบัตรเก่าที่หายาก เป็นต้น

การสะสมสิ่งของต่างๆของผมใช้เวลานนานพอสมควร ค่อยๆเก็บสะสมไปเรื่อยๆ ใช้หลักการ “ศึกษาก่อนสะสม” เป็นแนวทางในการเก็บสะสมสิ่งต่างๆ งานอดิเรกสะสมสิ่งของต่างๆให้ความสุขทางใจ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังได้รับความรู้และข้อมูลที่น่าสนใจ สิ่งของสะสมเหล่านี้หากเบื่อที่จะสะสมต่อไป อาจจะจำหน่ายให้กับบุคคลในวงการได้ เป็นการผันเงินสดมาใช้ยามจำเป็นอีกด้วย

หากท่านมีเวลาว่างและอยากจะสะสมสิ่งของบ้าง ก็เริ่มได้เลยโดยใช้หลักการ “ศึกษาก่อนสะสม” ก็จะเป็นการดีครับ เพื่อมิให้หลงทางซึ่งอาจจะเสียเวลา เสียเงิน และสุดท้ายเสียความรู้สึกอีกต่างหาก

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (24)

จากสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีตลาดบางแค ไปห้างเทสโกโลตัส สาขาบางแค ริมฟุตบาทก่อนจะถึงเทสโกโลตัสประมาณ 30 เมตร มีชายชราอายุประมาณ 70 ปี นั่งขายพระเครื่อง จากที่เคยพูดคุยและไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบชีวิตแก ได้ทราบว่าอดีตเคยเป็นทหารไปรบสงครามเวียตนาม ตอนนี้ไม่มีอาชีพอะไรทำ จึงนำพระเครื่องที่เคยสะสมไว้มาขายยังชีพ พอเป็นค่าอาหารประจำวัน ใช้ชีวิตแบบสมถะไปวันๆ

ที่เกริ่นถึงชายชราคนนี้ เพราะจากการได้พูดคุยกับแก ได้รับคำคมวลีหนึ่งจากแกคือ ” ใช้ชีวิตให้เป็น เย็นให้พอ รอวันนั้น ” ผมได้ฟังคำคมวลีนี้แล้วก็ชอบใจขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ

แกให้อรรถอธิบายขยายความต่อว่า คนเราควรจะใช้ชีวิตให้เป็น ว่าควรจะดำรงชีวิตอยู่ในสถานะอย่างไร ชีวิตจึงจะมีความสุข ไม่เดือดร้อน ชีวิตคนเรามีเรื่องร้อนรุ่มอยู่มากมาย จึงควรทำใจให้เย็นแบบพอเพียง แล้วรอวันนั้นที่กำลังใกล้เข้ามาทุกเวลานาทีคือ ความตาย ที่ไม่สามารถจะหลีกหนีได้

ผมนำวลีคำคมนี้มาคิด ใคร่ครวญแล้ว ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนเราบางคนวันนี้มักจะใช้ชีวิตไม่เป็น ใช้ชีวิตด้วยความประมาท และหาเรื่องให้จิตใจร้อนรุ่มอยู่เสมอ หารู้ไม่ว่าวันนั้นที่รอเราอยู่กำลังคืบคลานใกล้เราเข้ามาทุกขณะจิต

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (23)

เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา (14-16 เมษายน) ครอบครัวโดยบุตรชายคนโต (กบ ธนวรรณ ศรีสมบูรณ์ และภรรยาของเขา แหวว ปุณณภา) ได้วางแผนพาครอบครัวพร้อมด้วยเพื่อนสนิทของคุณแม่สองคน ไปเที่ยวพักผ่อนที่หัวหิน นอนพักที่ เรือนกนกรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่สร้างแบบไทยๆ อยู่ในแมกไม้อันสวยงามเขียวขจี ให้ความรู้สึกที่ดีเสมือนอยู่ในสวน เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน

ผมมีโอกาสได้ร่วมทีมไปด้วย ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดี และเป็นการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

การไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัดถือเป็นการเพิ่มพลังกำไรให้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง นับเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติหากมีโอกาสไปได้

การไปเที่ยวหัวหินครั้งนี้ครอบครัวมีโอกาสแวะชมสิ่งที่น่าสนใจสองสามแห่ง อาทิ วัดบางกะพ้อม (นมัสการหลวงพ่อคง อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อเข้าเขตหัวหินแวะชมพิพิธภัณฑ์ภาพ 4 มิติ วันรุ่งขึ้น (15 เมษายน) ไปชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ณ หว้ากอ และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ขากลับที่พักแวะชมพระพุทธรูปสิริกิตติชัย วัดทางสาย ประจวบคีรีขันธ์ กลับที่พักเป็นคืนที่สอง

วันรุ่งขึ้น (16 เมษายน) เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น