ชีวิตวันนี้ (21)

ใครจะนึกว่าคนเรานั้นจะมีโรคแปลกๆเกิดขึ้นได้ บางโรคบางคนอาจจะไม่เคยรู้หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye หรือ Amblypia) เป็นต้น เราได้ยินกันมาจนจำเจว่า ขี้เกียจคือพฤติกรรมของคนเราที่ไม่อยากทำงานทำการ ใครใช้ให้ทำงานอะไรก็ไม่อยากทำ แต่ไม่นึกว่าตาของคนเราก็มีพฤติกรรมขี้เกียจเหมือนกัน จักษุแพทย์ให้คำอธิบายว่า ตาขี้เกียจคือตาข้างหนึ่งข้างใดมีลักษณะการมองที่ไม่ชัดเจน มักจะเป็นในเด็กแรกเกิดจนโต หากไม่รักษาให้ทันท่วงที อาจจะพิการมองไม่ชัดจนตลอดชีวิต
ผมก็โชคดีเป็นตาขี้เกียจมาตั้งแต่เด็ก ตาที่ขี้เกียจคือตามข้างซ้าย มารู้จักมันก็เมื่อผมมีอายุเข้า40 ปีแล้ว วันนี้มันก็ขี้เกียจมอง โดยเกี่ยงให้ตาข้างขวามองมาตลอด สรุปแล้วผมใช้ตาข้างเดียวมาจนวันนี้อายุ 80 ปี โดยไม่รู้ตัวเลย หากเกิดปัญหากับตาข้างขวา ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน

มาทำความรู้จักกับโรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye)กันเถอะ

Advertisements
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (20)

ผมเขียนเกี่ยวกับชีวิตของผมมาหลายตอน โดยเฉพาะชีวิตวันนี้ที่อายุย่างขึ้น 80 ปี มันเป็นชีวิตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะชีวิตวันนี้ของผมดูเหมือนจะผูกพันกับโรคภัยใกล้เจ็บหลายอย่าง หลายโรคเป็นมาหลายปีต้องใช้ยาหลายตัวช่วยประคับประคองไม่ให้มันเกิดอาการกำเริบขึ้น และที่มาใหม่เมื่อสองสามปีที่ผ่านมาคือ โรคปอดทำงานไม่สมบูรณ์มีอาการตีบตันเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดการไอและมีเสมหะ น่ารำคาญมาก แต่คงไม่สามารถจะรักษาให้หายขาดได้ นอกจากจะดูแลประคับประคองไปเท่าที่จะสามารถทำได้ ทุกวันนี้ต้องมีเครื่องพ่นยาไปละลายเสมหะที่ปอดวันละประมาณสองสามครั้ง หรือตามอาการที่มันกำเริบขึ้น นับเป็นภารสำหรับชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้นมาอีก

นอกจากอาการโรคภัยไข้เจ็บแต่ละโรคแล้ว ยังมีเรื่องความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มขึ้นมาให้ต้องกังวลใจอีกด้วย เช่นการเดินเหิรไม่คล่องตัว มีการปวดกล้ามเนื้อตามร่างกายเป็นครั้งคราว ที่เล่ากล่าวมาทั้งหมดนี้ หลายท่านอาจจะเบื่อหน่ายที่ต้องมาอ่านเรื่องเหล่านี้ แต่ผมนำมาเขียนเล่าให้ท่านอ่านก็เพื่อจะให้ท่านได้รู้ตัวก่อนว่า หากท่านโชคดีมีอายุยืนยาวขึ้น 80 ปี ท่านจะต้องเตรียมตัวรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้อย่างไร

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ความฝันที่จะเป็นนักเขียน

เชื่อว่าทุกคนคงต้องเคยฝันว่าอยากจะเป็นอะไรในวัยเด็ก ผมเคยฝันว่าอยากจะเป็นนักเขียนเมื่อสมัยเรียนหนังสือระดับชั้นมัธยมปีที่ 1( พ.ศ.2493) โรงเรียนนาคประสิทธิ์ ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน นครปฐม อาจจะเพราะชอบอ่านหนังสือทุกชนิดในวัยนั้น หรือเพราะไปเห็นนักเรียนรุ่นพี่ชั้นมัธยมปีที่ 5 ทำหนังสือพิมพ์ในงเรียน ไม่ทราบว่านักเรียนสมัยนี้ทำกันบ้างหรือเปล่า

หนังสือพิมพ์ในห้องเรียนคือ นักเรียนในชั้นนั้นๆช่วยกันเขียนเรื่องต่างๆ อาจจะเป็นนิยายเรื่องสั้น เรียงความ(บทความ) คนละ 1 เรื่อง แล้วมาคัดลอกลงบนกระดาษฟุลสแคป (Fullscape) เพราะในสมัยนั้นนักเรียนยังพิมพ์ดีดไม่เป็น แล้วนำมาเย็บเป็นเล่ม หมุนเวียนกันอ่านในห้อง เผอิญผมสนิทกับรุ่นพี่คนหนึ่งในทีมงานทำหนังสือในห้องเรียน อาสาไปช่วยเขาจัดทำหนังสือพิมพ์ในห้องเรียนด้วย จึงเห็นขั้นตอนการจัดทำทุกอย่าง และมีโอกาสได้อ่านหนังสือในห้องเรียนเหล่านี้ด้วย

ประสบการณ์เหล่านี้จึงถักทอสานฝันอยากเป็นนักเขียน แต่ก็ไม่ได้ลงมือเขียนอะไรจริงจังสักเท่าไร จนเมื่อเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 จึงทดลองส่งเรื่องที่เขียนไว้าบางเรื่อง ไปยังหนังสือพิมพ์ชัยพฤกษ์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์สำหรับเด็กและเยาวชนในสมัยนั้น จัดพิมพ์จำหน่ายโดย บริษัท ไทยวัฒนาพานิช จำกัด ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ชัยพฤกษ์ ต่อมาความฝันที่จะเป็นนักเขียนก็เลือนลางไปตามวัย แต่ก็ยังสนใจงานเขียนอะไรต่อมิอะไรอยู่เสมอ สมุดไดอารี่คือสนามเขียนที่ใช้เขียนบันทึกเรื่องต่างๆอยู่นานหลายปี

บล็อกแกง (Bloggang) ที่พันทิปดอทคอม (www.pantip.com) คือสนามที่ผมใช้เขียนเรื่องต่างๆตามที่ใจอยากจะเขียน นับตั้งแต่ใช้คอมพิวเตอร์เป็น สนามที่สองคือที่ http://www.wordpress.com สนามทั้งสองนี้ผมเขียนเรื่องต่างๆไว้มากจำนวนเป็นร้อยเรื่อง เคยคิดจะนำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค แต่ความฝันนี้ก็ยังห่างไกลความเป็นไปได้อีกมาก แต่อย่างไรก็ตาม ความฝันที่จะเป็นนักเขียนก็ได้บรรลุในระดับหนึ่งแล้ว แม้จะเป็นสนามบล็อกต่างๆ ไม่ใช่สนามสื่อสิ่งพิมพ์ก็ตาม

โพสท์ใน คนทำหนังสือ, คิดถึง My Blog ที่ Word Press ครับ, ชีวิตวันนี้ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (19)

หลังจากที่อายุย่างขึ้นปีที่ 80 ผมก็เฝ้าดูตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะมีความรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเปราะบาง ความต้านทานต่อการคุกคามของโรคภัยไข้เจ็บลดน้อยลง จากที่ถูกไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์เอ เล่นงานเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2560 จนต้องแอดมิตนอนโรงพยาบาลถึง 5 คืน และกว่าจะฟื้นคืนความแข็งแรงของร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิม ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน
หลักการที่ผมเฝ้าดูตนเองคือ ชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร กิจกรรมที่เคยปฏิบัติย้งสามารถทำได้เหมือนเดิมใหม การทานอาการยังทานได้ตามปกติหรือไม่ การเดินไปไหนมาไหน ยังเดินได้หรือไม่ อารมณ์เป็นอย่างไร รวมถึงความจำด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมา หากไม่มีอะไรผิดปกติถือว่าร่างกายโดยรวมยังใช้ได้
เมื่อต้นเดือนมกราคม 2561 ครอบครัวเดินทางไปเที่ยวชมอุทยานดอกไม้ที่ ดาษดา เขาใหญ่ และมาพักผ่อนนอนที่ เดอะชิลล์รีสอร์ท นครนายก ก็เดินทางไปกับครอบครัวด้วย ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไรกับร่างกาย
หวังว่าปีนี้ชีวิตคงจะผ่านไปด้วยดีอีกปีหนึ่ง

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (18)

และแล้วชีวิตของผมก็ย่างเข้าสู่ปีใหม่ 2561 อีกปีหนึ่ง ปีใหม่ตอนอายุมากๆนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนปีใหม่ที่อายุยังน้อยอยู่ จำได้ว่าตอนอายุยังน้อยอยู่นั้นมีกิจกรรมที่ทำให้ตื่นเต้นอยู่อย่างหนึ่งคือ การเก็บเงินซื้อบัตร ส.ค.ส. เพื่อส่งให้เพื่อนๆและผู้ใหญ่ที่เคารพนับถิอ ปีละประมาณสิบกว่าบัตรเท่านั้น และเฝ้ารอคอยว่าจะมีใครส่งบัตร ส.ค.ส.ตอบกลับมาบ้าง มันเป็นความสุขเล็กๆของเด็กผู้ชายชาวชนบทคนหนึ่งเท่านั้นเอง

ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้นความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเทศกาลปีใหม่ก็เปลี่ยนไป กิจกรรมที่ทำแทนการซื้อบัตร ส.ค.ส.ส่งให้ใครต่อใครน้อยลง เปลี่ยนมาซื้อสมุดไดอารี่สวยๆแทน และเขียนบรรยายอะไรต่อมิอะไรในสมุดไดอารี่นั้นทุกวัน เช่น กิจวัตรประจำวัน กิจกรรมการทำงาน และเรื่องราวต่างๆที่พบเห็นประจำวัน อานิสงค์ของการเขียนสมุดไดอารี่ส่งผลมาถึงการเขียนบล็อกตามเว็บไซต์วันนี้

สมัยก่อนย้อนหลังไปประมาณสิบกว่าปี ยังไม่มีการฉลองขึ้นปีใหม่ด้วยการจัดงานเคาท์ดาวน์ตามสถานที่ต่างๆเหมือนเช่นวันนี้ มีการไปเที่ยวฉลองสังสรรค์กันตามสถานที่ต่างๆเท่านั้น ส่วนผมมักจะนอนฟังวิทยุสถานีแห่งประเทศไทยแทน และจะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อโฆษกสถานีวิทยุนับถอยหลังเวลาเปลี่ยนปีใหม่ เมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่จะมีเสียงพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ชยันโต พร้อมเสียงระฆังและเสียงชัยโยสวัสดีปีใหม่ ผมจะรู้สึกมีความสุขและหลับไปด้วยความสบายใจเป็นเช่นนี้มานานหลายปี

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๑

สำหรับปีใหม่ในวัยนี้ พรที่จะขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจากคุณพระศรีรัตนตรัย หากเป็นไปได้ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน ส่วนอื่นๆคิดว่าคงไม่ปรารถนาอะไรอีก เช่นเรื่องเงินทอง อายุยั่งยืน เป็นต้น

โพสท์ใน ข้างหลังชีวิต, ชีวิตวันนี้ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (17)

หลังจากพักฟื้นจากการเป็นไข้หวัดใหญ่มาระยะหนึ่ง ประมาณเกือบสองเดือน ร่างกายก็เกือบจะเป็นปกติเหมือนก่อนเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยคล่องตัวนิดๆ

ปลายปี พ.ศ.2560 ครอบครัวโดยบุตรชายคนโต กบ ธนวรรณ และภริยาของเขา แหวว ปุณณภา ศรัสมบูรณ์ อาสาพาไปเที่ยว สกลนคร อุดรธานี หนองคายและนครพนม ระยะเวลา 3 คืน 4 วัน ต้องขอสละสิทธิ์ไม่ไป เพราะช่วงนี้มีอาการไอกำเริบขึ้นมาอีก เกรงว่าหากเดินทางไกลหลายวันอาจจะไม่ดีต่อสุขภาพ และนี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่ไม่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว

ปลอบใจตนเองว่าขอให้ร่างกายสบายขึ้นกว่านี้ ยังพอมีเวลาเที่ยวอีกหลายครั้งกว่าจะไปเที่ยวไม่ไหว เรัยกว่าสงวนร่างกายไว้ก่อน

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (16)

นึกไม่ถึงว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยจะมาเยือนแบบกระทันหัน จนต้อง Admit เข้า รพ.พญาไท 3 ยามดึก คืนวันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ด้วยอาการโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์เอ

นับเป็นประสบการณ์ชีวิตอีกมิติหนึ่งเกี่ยวกับการ Admit ได้พบเห็นสิ่งต่างๆที่ไม่เคยเห็น ได้รับการปฏิบัติจากพยาบาลประจำวอร์ดหลายอย่าง อาทิ การเช็ดตัวเช้าเย็น การทำความสะอาดตรงอวัยวะเพศ ก่อนใส่แพลมเพิร์ด อวัยวะเพศไม่เคยให้ใครเห็นและสัมผัสมานานหลายปี หลังจากหมดกิจกรรมทางเพศ พยาบาลเธอทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน รูดอวัยวะเพศอย่างชำนาญ แต่ไม่มีความรู่สึกทางเพศแต่อย่างไร ฯลฯ

นอนพักอยู่ห้อง 855 ชั้น 8 นาน 6คืน จึงได้รับอนุญาตจากหมอกลับบ้านได้

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น