ชีวิตวันนี้ (12)

เมื่อเช้าวันนี้(9สิงหาคม2560)โพสต์ข้อความขึ้นเฟสบุ๊คว่า “อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ก่อนจะเดินทางไปใกล้หมออีกวันที่ รพ.บางกรวย นนทบุรี

พุทธภาษิตที่นำมาเกริ่นไว้ต้นข้อเขียนนี้ นับเป็นสัจธรรมของชีวิตอย่างแท้จริง

การเจ็บไข้ไม่ว่าจะโรคอะไร เป็นความทุกข์ของคนไข้และผู้ใกล้ชิด นอกจากคนไข้จะทรมานด้วยอาการเจ็บป่วยแล้ว ญาติและผู้ใกล้ชิดยังทรมานร่างกายที่ต้องมาดูแลคนไข้ และมีค่าใช้จ่ายมากมายตามอาการเจ็บไข้แต่ละราย

อย่างไรก็ตามการเจ็บไข้ของคนเรานั้น เป็นปลายเหตุ ต้นเหตุนั้นอยู่ที่พฤติกรรมของคนเราคือ เรามีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตอย่างไร โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ซึ่งนักโภชนาการสรุปไว้ 5 อย่างคือ 3อ.2ส. ดังนี้

อาหาร/ออกกำลังกาย/อารมณ์ และ

ไม่สูบบุหรี่/ไม่ดื่มสุรา

หากคนเราประพฤติปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมแล้ว โอกาสที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็น้อย ถึงมีบ้างก็ไม่หนักหนาอะไร

ผมเองก็พยายามดูแลตนเองเป็นประจำ นับตั้งแต่เข้าสู่วัยสูงอายุมาถึงวันนี้ก็ 20 ปีแล้ว ประพฤติตนเป็นคนใกล้หมอมาตลอด ยึดหลัก “กันดีกว่าแก้” แต่ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บมาราวีอยู่เสมอ

สัปดาห์นี้ (7-12 สิงหาคม 2560) ไปพบหมอมาสองครั้งแล้ว ครั้งที่สองคือวันนี้ ไปพบหมออายุรเวช ที่ รพ.บางกรวย นนทบุรี เอ็กซเรย์ปอด ฉีดยาและพ่นยา เพื่อรักษาการหายใจไม่สะดวก มีเสมหะในคอและไอผิดปกติ เสร็จสิ้นกระบวนการรักษาแล้ว รู้สึกหายใจสะดวก มีชีวิตชีวามากขึ้น สบายใจไร้กังวล มีความสุขตามวัยที่ควรจะมี แค่นี้ก็เป็นลาภอันประเสริฐในระดับหนึ่งแล้ว

หากไม่มีโรคเลย ลองคิดสิว่าจะประเสริฐขนาดไหน

ภาพประกอบโดย (แหวว)ปุณณภา ศรีสมบูรณ์

Advertisements
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (11)

คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเข้าใจ(ผิด/ถูก)เช่นนี้กันมานานว่า คนสูงวัยไม่ควรจะเดินทางไปไหน วัยนี้ควรจะพักผ่อนอยู่บ้าน เลี้ยงหลานหรือเหลนไปตามเพรง

ความจริงคนสูงวัยมาเลี้ยงหลานมันน่าจะไม่เหมาะสมนะ เพราะสังขารของผู้สูงวัยมันอ่อนเปลี้ยไม่มีแรง เคลื่อนไหวร่างกายได้ช้า กลับต้องมาดูแลหลานที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วว่องไว ผู้สูงวัยอาจจะเหนื่อยอ่อนล้า กว่าจะผ่านไปแต่ละวัน แต่ด้วยค่านิยมของสังคมไทยที่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ เราจึงเห็นภาพแบบนี้มาจนชินตา สมเด็จพระเทพฯท่านเคยตรัสด้วยพระอารมณ์ขันว่า “วัยต้วมเตี้ยมเลี้ยงวัยเตาะแตะ”

เราเคยเห็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่อยู่ในวัยสูงอายุเที่ยวรอบโลกกันอย่างมีความสุข เพราะเขาเชื่อว่าอายุมากไม่ใช่อุปสรรคของการท่องเที่ยว เพียงร่างกายมีความพร้อมและรักที่จะท่องเที่ยว

ททท.ก็จัดโปรโมทให้ผู้สูงวัยไปเที่ยวกันเยอะๆเช่น เก๋ายกก๊วนเที่ยวไทย เป็นต้น

พูด(เขียน)มายืดยาว เพื่อที่จะแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบว่า วันแม่ (12 สิงหาคม)นี้ ผมจะมีโอกาสตามแม่ของลูกๆที่เขาจะพาไปเที่ยวเขาค้อ ครับ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (10)

หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะไม่เบื่อ ที่ต้องมาอ่านเรื่องราวของคนแก่คนหนึ่ง  ที่ไม่มีอะไรจะมาบอกเล่านอกจากเรื่องของตนเอง  ขอให้คิดว่านี่เป็นสัจธรรมของชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย  และท่านคงอยู่ในขั้นตอนหนึ่งของสัจธรรมนี้ เพราะไม่ใครจะหลีกพ้นสัจธรรมนี้ไปได้ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

ผมไม่อาจจะมองเห็นตนเองได้ว่าวันนี้แก่ชราไปมากน้อยแค่ไหน แม้จะมองดูตนเองในกระจกก็มองไม่ออก มันอาจจะชินไปก็ได้เพราะดูอยู่ทุกวัน เมื่อมาดูในภาพถ่ายจึงเห็นได้ชัดเจน

แม้ร่างกายจะเสื่อมโทรมลงไปเพียงใด ผมก็ยังไม่หนักใจเท่ากับสภาพจิตใจ หากมันเกิดมีอาการหลงลืม ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ ใครจะมาช่วยเหลือเราได้

มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยชลอสภาพจิตใจให้คงอยู่ในสภาพที่ดีได้คือ การฝึกความจำ บริหารสมอง ด้วยการทำงานอดิเรกด้านการใช้ระบบไอที เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต จะเป็นการอ่านข่าวสาร อ่านเว็บไซต์ต่างๆ แม้กระทั่งเขียนบล็อก เป็นต้น ล้วนมีผลดีต่อการช่วยฝึกความจำ บริหารสมอง ได้เป็นอย่างดี

img_1191

การไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ชีวิตยามสูงวัย มีความสุขขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

20170711_105142

สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนให้ผู้สูงวัยทั้งหลาย จงใช้ชีวิตในยามนี้อย่างมีคุณค่า น่าอภิรมย์ สมกับที่เรามีโอกาสเกิดมาชาตินี้

โพสท์ใน ชีวิตวันนี้, ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (9)

หลังจากชีวิตผ่านวัย 80 ปีมาสองเดือน สังเกตุร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงสองสามอย่าง อย่างแรกอาการที่ปอดไม่ค่อยดีมีเสมหะ ทำให้ระคายคอและไอ ต้องบำบัดด้วยยาละลายเสมหะยี่ห้อหนึ่ง สามสี่เดือนก่อนกินยาตัวนี้ตอนเช้าเพียงครั้งเดียว คุมอาการได้ตลอดวัน แต่วันนี้คุมไม่อยู่ ต้องกินรอบกลางวันและรอบเย็นเพิ่มขึ้น ความผิดปกติอย่างที่สอง เวลาเดินไปไหนมาไหนเริ่มเดินไม่สะดวก แต่ไม่มีอาการเหนื่อย ก็เบาใจได้

ด้านอาหารการกินยังปกติ กินอะไรยังอร่อย กิจวัตรประจำวันยังทำได้ตามปกติ ความจำยังยังใช้ได้ไม่หลงลืม

การหมั่นสังเกตุร่างกายอยู่เสมอถือว่าเป็นเรื่องดี มีอะไรผิดปกติจะแก้ไขได้ทันที ถือคติกันดีกว่าแก้

การโพสต์บล็อกตอนนี้ก็เป็นการทดสอบสมรรถนะร่างกายอย่างหนึ่ง เพราะเขียนโพสต์จากมือถือที่ยากกว่าโพสต์จากเครื่อง PC ขอยุติเพียงเท่านี้ครับ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (8)

คุณเคยคิดใหมว่าหากคุณจำเป็นต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะลูกๆเค้าก็แยกไปมีครอบครัวหมด ภริยายังต้องออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า กลับมาก็เย็นค่ำแล้ว คุณต้องอยู่บ้านคนเดียววันละไม่น้อยกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน วันเสาร์อาทิตย์ภริยาจึงจะอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณ

ที่กล่าวมาวรรคต้นนั้นคือสถานการณ์จริง ที่ผมประสบมาด้วยตนเองไม่น้อยกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่ผมมองในด้านบวกว่า มันเป็นการฝึกตนเองอย่างดี ให้คุ้นชินกับการอยู่คนเดียวได้ รู้จักการช่วยตนเอง ในขณะที่ร่างกายยังสามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมประจำวันได้ ไม่เจ็บป่วยล้มหมอนนอนเตียง ซึ่งถ้าร่างกายอยู่ในสภาพแบบนั้น ก็ต้องมีคนคอยช่วยเหลือเป็นธรรมดา

หลายท่านอาจจะไม่คุ้นชินกับการอยู่คนเดียว อาจจะเหงา เพราะไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน อาจจะมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน ฯลฯ อย่างไรก็ตามหากเราทำใจได้ ช่วยตนเองได้ หางานอดิเรกทำเพื่อไม่ให้ว่าง ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี

ผมเคยคิดไปไกลขนาดว่า หากภริยาเสียชีวิตก่อนผม ผมก็สามรถปรับใจและรับสภาพการอยู่คนเดียวได้ เพราะผ่านการฝึกฃ้อมอยู่คนเดียวมานานเป็นสิบๆปีแล้ว

การอยู่คนเดียวเป็นทักษะที่ต้องมีประสบการณ์ มิเช่นนั้นท่านอาจจะมีความทุกข์ เมื่อเวลานั้นมาหาท่าน

หากท่านมีประสบการณ์แล้ว เมื่อเวลานั่นมาถึง ท่านก็จะรำพึงในใจว่า ชีวิตมันเป็นเช่นนี้เอง

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (7)

ชีวิตผมนอกจากจะมีกิจกรรมทำตามสโลแกนที่ตั้งไว้คือ “ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า เล่า(เขียน)ความหลัง นั่งเล่นเน็ต” ยังมีกิจกรรมอื่นๆคือ ไปทำบุญถวายเทียนพรรษา 9 วัด ปีละครั้ง จัดโดย มณีกุลทัวร์ โดย อ.มณีกุล นาคะวิทย์ ซึ่งจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จัดทัวร์ถวายเทียนพรรษามาแล้วทุกภาคเกือบทุกจังหวัดของประเทศไทย

ผมและภริยาพร้อมเพื่อนสนิทของภริยาไปร่วมทัวร์กับ มณีกุลทัวร์มาแล้วกว่าสิบครั้ง หลักเกณฑ์ในการถวายเทียนพรรษาไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นวัดใดล่วงหน้า เดินทางไปยังจังหวัดที่กำหนดไว้แล้วเริ่มถวายเทียนไปตามลำดับจนครบ 9 วัด เมื่อถวายเทียนครบแล้ว ก็พาสมาชิกไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญและน่าสนใจในจังหวัดนั้นๆ แต่ละปีจะเที่ยวชมสถานที่ต่างๆกี่แห่ง ก็แล้วแต่ความเหมาะสม

การไปถวายเทียนพรรษา 9 วัด ผมถือว่านอกจากจะเป็นการไปทำบุญกุศลแล้ว ยังเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนด้วย ประการสำคัญถือเป็นการทดสอบสมรรถนะร่างกาย เพราะต้องนั่งรถทัวร์ไปกลับหลายชั่วโมง ต้องขึ้นลงรถไปถวายเทียนตามวัดต่างๆหลายครั้ง บางวัดต้องเดินเข้าไปยังศาลาที่ประกอบพิธีถวายเทียนไกลบ้างใกล้บ้างแล้วแต่ละวัด และยังเดินไปชมสถานที่สำคัญต่างๆอีกด้วย หากร่างกายไม่แข็งแรงพอจะมีปัญหา แต่ผมก็สามารถไปถวายเทียนพรรษาได้ทุกปีที่ผ่านมา

สำหรับการถวายเทียนพรรษา ปี 2560 มณีกุลทัวร์ จัดไปถวายเทียนยังจังหวัดอิสานใต้ เริ่มจากนครราชสีมา บุรีรัมย์ และไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฏาคม 2560 ถวายเทียนพรรษา วันเสาร์ที่ 8 กรกฏาคม 2560 จำนวน 5 วัดในเขตจังหวัดนครราชสีมา และอีกจำนวน 4 วัดในเขตจังหวัดบุรีรัมย์

สำหรับสถานที่สำคัญที่ไปเที่ยวชมคือ อุทยานเขากระโดง หมู่บ้านช้าง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง วัดล้านขวด พระธาตุเรืองรอง เป็นต้น

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ชีวิตวันนี้ (6)

คงจะจำสโลแกนของผมได้นะครับ “ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า เล่า(เขียน)ความหลัง นั่งเล่นเน็ต” นี่คือชีวิตประจำวันของผมจริงๆ หากไม่มีกิจกรรมตามสโลแกนที่ตั้งไว้นี้ ชีวิตประจำวันของผมคงเหงาแย่เลย เพราะไม่มีกิจกรรมอื่นๆให้ทำ เช่น ไม่มีหลานให้เลี้ยง หากมีก็คงเลี้ยงไม่เป็น ไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ไม่ชอบปลูกต้นไม้ทุกชนิด ไม่มีก๊วนชวนเล่นหมากรุก หรือชมรมส่องพระเครื่องเหมือนสมัยหนุ่มๆ

ถ้าอย่างนั้นลองมาดูว่ากิจกรรมตามสโลแกนของผม ผมทำกิจกรรมอะไรมากน้อยแค่ไหนในวันหนึ่งๆ “ชอบดูหนัง” ผมจะดูหนังซีรี่ส์ที่ ทีวีช่อง MONO29 ใช้เวลาดูวันละประมาณ 2-3 ชม. “ฟังเพลงเก่า” จะฟังเพลงทั้งลูกกรุงและลูกทุ่ง จากยูทูปและแผ่นซีดี  นักร้องลูกทุ่งคนโปรดคือ สมยศ ทัศนพันธ์ ทูล ทองใจ ปอง ปรีดา ก้าน แก้วสุพรรณ ฯลฯ เป็นต้น นักร้องลูกกรุงก็ไม่พ้น สุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร สุนทราภรณ์ ฯลฯ เป็นต้น “เล่า(เขียน)ความหวัง” ส่วนใหญ่จะเขียนเรื่องต่างๆสไตล์ครอบจักรวาลลงตามบล็อกต่างๆที่มีอยู่ประมาณ 10 บล็อก เช่น ที่ http://www.bloggang.com, http://www.wordpress.com, http://www.oknation.net เป็นต้น กิจกรรมสุดท้าย “นั่งเล่นเน็ต” นี้ ผมถือปฏิบัติมานานสิบกว่าปี ตั้งแต่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นและรู้จักอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 จะนั่งอยู่หน้าคอมทุกวัน เวลา 08.30-11.30 น. เว้นแต่จะไปต่างจังหวัดบ้าง แต่ก็ใช้แท็บเล็ตและมือถือแทน ส่วนใหญ่จะโพสต์เรื่องต่างๆขึ้น Facebook,Twitter, และอ่านเว็บไซต์ต่างๆ อ่านประจำก็ที่ http://www.pantip.com, http://www.siamphone.com เป็นต้น

“นั่งเล่นเน็ต” บางครั้งก็ใช้แท็บเล็ตและมือถือสมาร์ตโฟนสลับกับการใช้เครื่อง พีซี เป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ ปรับเปลี่ยนสายตาบ้าง ในช่วงนี้สายตาเริ่มมีปัญหาพร่ามัว มองอะไรไม่ค่อยชัดเจน กิจกรรมที่ต้องใช้สายตาอาจจะมีปัญหามากขึ้น แต่กิจกรรมที่ใช้หูยังสบายๆไม่มีปัญหา

จะเห็นว่าความสุขของผู้สูงอายุมีเรื่องสัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ทำให้ผู้สูงอายุบางคนแทบจะไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลย โดยอ้างว่าหูตาไม่ดีไม่อยากจะทำอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ขออย่าให้จิตใจท้อแท้หมดอาลัยตายอยากก็แล้วกัน

โพสท์ใน ข้างหลังชีวิต, ชีวิตวันนี้ | ใส่ความเห็น