ข้างหลังชีวิต ภาคปัจฌิมวัย (2)

ผมมาทำงานที่โรงแรมปางสวนแก้ว พบวัฒนธรรมขององค์กรที่แปลกๆคือ เริ่มตั้งแต่ตัวคุณสุชัย เก่งการค้า มีชื่อเล่นว่า “แจ้” ต่อไปในข้อเขียนนี้ผมจะเรียกเขาว่า “แจ้” เพื่อความสะดวกในการเขียน

คุณแจ้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ ระยอง ด้วยการสร้างโครงการหินสวยน้ำใส เป็นบ้านพักตากอากาศ ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว แล้วดัดแปลงมาเป็นรีสอร์ท ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามอีก

จึงหอบกำไรก้อนโตจึงมาสร้างศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว และ โรงแรมปางสวนแก้ว ที่เชียงใหม่ คุณแจ้ชอบแต่งกายแบบคนพื้นเมืองคือสวมกางเกงจีนที่เรียกว่า ขาก๊วย สวมเสื้อม่อฮ่อม ไม่มีบุคลิกของนักธุรกิจเลย ไว้หนวดเครารุ่มร่าม ชอบมายืนพิงเคาเตอร์ฝ่ายต้อนรับ ใครที่ไม่รู้จักก็ไม่คิดว่านี่คือ เจ้าของโรงแรมปางสวนแก้ว

ปกติวันพุธจะมีการประชุมผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่าย เริ่มเวลา 09.00 น.ถึง 11.00 น.หรืออาจจะถึงเที่ยงวัน คุณแจ้จะตำหนิผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่ายอย่างเผ็ดร้อนในที่ประชุม ไม่มีใครจะรอดพ้นการถูกตำหนิไปได้ ผมเข้าประชุมครั้งแรกก็รู้สึกแปลกและสนุก ที่ไม่เคยเห็นผู้บริหารคนไหนมีพฤติกรรมแบบคุณแจ้มาก่อน แต่เมื่อมาโดนกับตัวเองเข้า เมื่อทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง ผมก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ผมทนไม่ได้ และเริ่มจะบ้าดีเดือดขึ้นมาบ้างแล้ว มีผมคนเดียวเท่านั้นที่กล้าเถึยงคุณแจ้ในที่ประชุม ผู้จัดการคนอื่นๆมีแต่เงียบและก้มหน้ากันหมด

จากการทำงานในบรรยากาศที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ผมจึงเริ่มมีความเครียดเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปกติผมก็มีอาการความดันโลหิตสูงมาแล้วเป็นทุนอยู่ก่อน จากการทำงานที่ บงล.มหาธนกิจ ก่อนจะเกษียณงาน ต้องกินยาควบคุมประจำ โชคร้ายที่ผมไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าที่ควร ยาหมดก็ยังไม่ได้ซื้อมากินต่อหลายวัน พอมาเจอความบ้าของคุณแจ้เข้า ความดันโลหิตสูงของผมก็กำเริบขึ้นถึงขีดอันตราย จำได้ว่าในตอนสายๆวันอาทิตย์ต้นเดือนมีนาคม 2542 ผมจะไปตรวจงานห้องอาหารที่ชั้นสาม อาคารสุเทพวิง พออกมาจากลิฟท์ผมมีอาการคล้ายกับจะเป็นลม ไม่สามารถจะยืนได้ ผมล้มพับลงที่บริเวณหน้าลิฟท์นั่นเอง เผอิญมีพนักงานที่เคาเตอร์ต้อนรับบริเวณนั้นเห็นเข้าจึงรีบมาดูแล พาผมไปนั่งที่โซฟาใกล้ๆ ผมมีอาการเกือบจะไม่รู้สึกตัวแล้ว โชคดีที่ลูกชายคนสุดท้องคือ โอ๋ เขาขึ้นมาช่วยผมออกแบบห้องอาหารที่จะปรับปรุงใหม่ เขาทราบจึงรีบมาหาผม และรีบนำผมส่งโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม 1 ที่อยู่ใกล้ๆกับโรงแรม ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที เมื่อมาถึงโรงพยาบาลผมจำได้ว่าผมเริ่มหมดสติไม่รู้ตัวแล้ว หมอนำผมเข้าห้อง ไอซียู หลังออกจากห้อง ไอซียู มาพักต่อที่ห้องพักชั้น 11 ผมจึงทราบว่าผมเกิดอาการเส้นโลหิตในสมองตีบแบบกระทันหัน หากมาโรงพยาบาลช้าเกินกว่า 30 นาที อาจจะเป็นอัมพาตได้

เมื่อหมอที่เป็นเจ้าของไข้ผม ทราบว่าผมทำงานที่โรงแรมปางสวนแก้ว จึงแนะนำผมว่าควรจะลาออกแล้วลงไปพักผ่อนที่กรุงเทพ เพราะคนเชียงใหม่เขาทราบกันทั้งเมืองว่า เจ้าของโรงแรมนี้เป็นนักธุรกิจซาดิสต์(คุณหมอพูดกับผมอย่างนี้จริงๆ) และแนะนำต่อว่าควรจะดูแลตัวเองให้ดีๆ ครั้งแรกนี้มันมาเตือนก่อน มันอาจจะกลับมาอีกภายใน 6 เดือน คราวนี้มันเอาจริงแน่

เมื่อผมพักผ่อนที่โรงพยาบาลจนเห็นว่าปกติดีแล้ว ผมจึงไปเขียนไปลาออกจากงานที่โรงแรม แล้วลงกรุงเทพทันที

Advertisements

เกี่ยวกับ หนุ่มร้อยปี

ชอบดูหนัง ฟังเพลงเก่า เล่าความหลัง นั่งเล่นเน็ต ถ่ายรูป อ่านหนังสือ
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข้างหลังชีวิต ภาคปัจฌิมวัย (1) คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s